จาริณีเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง เธอแต่งงานกับชัยวิชมาหลายปีแล้ว จนกระทั่งมีลูกสาวสามคน คนโตเรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ชีวิตครอบครัวของเธอมีความสุขมาโดยตลอด ชัยวิชสามีของเธอคบกันมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่มัธยมปลายด้วยกัน นิสัยของชัยวิชเป็นคนที่ซื่อตรง รักเพื่อนฝูงและฉลาด เมื่อเรียนจบ ชัยวิทก็เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักบัญชีก่อนจะผันตัวเองมาเปิดบริษัททำธุรกิจกับเพื่อนจนกระทั่งรุ่งเรืองใหญ่โต มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย สร้างความสุขสบายให้กับทั้งสองสามีภรรยาเป็นอย่างมากแต่แล้ววันหนึ่งมรสุมก็เข้ามาเยือนกับชีวิตของทั้งคู่ ชัยวิชถูกเพื่อนที่ร่วมก่อตั้งบริษัทโกง ซ้ำยังเชิดเงินหนี ทำให้เขาต้องเป็นหนี้เป็นสิน และโดนฟ้องล้มละลาย ครอบครัวที่มีเขาเป็นเสาหลักก็เริ่มประสบปัญหาใหญ่ในทันที ชัยวิชไม่สามารถทำใจได้ เขาเปลี่ยนเป็นคนเศร้าซึม ท้อแท้ หมดกำลังใจ จาริณีพยายามจะให้สามีเธอออกไปหางานทำ ถึงจะมีรายได้ไม่มากก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร แต่ชัยวิชก็ไม่ยอมทำ เขาออกจากบ้านแต่เช้าแล้วก็กลับมาตอนค่ำมืด ถึงเวลาก็เข้านอนแทบจะไม่ได้คุยกับลูกและเมียเลย เมื่อเสาหลักกลายเป็นอย่างนี้ คนที่ต้องรับภาระหนักก็กลายเป็นจาริณี จากคนที่ร่าเริงสดใส กลายเป็นคนที่ต้องทุกข์ตรม เพราะเงินเดือนของครูอนุบาลก็ไม่ใช่ว่าจะเยอะ ลูกสาวของเธอก็อยู่ในวัยเรียนทั้งสามคน ทำให้เธอต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย พอนานเข้าหนี้สินก็เพิ่มพูนจนถูกตามทวงเช้าเย็น จาริณีพยายามปรึกษากับชัยวิชแต่เขาไม่ยอมรับรู้อะไรเลย จาริณีได้แต่จมอยู่ในความทุกข์ เพราะไม่สามารถจะไปปรับทุกข์กับใครได้ และเธอก็ไม่อยากให้ลูกๆต้องมารับรู้ความลำบากของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป วันนั้นขณะที่เธอเฝ้าเด็กๆเพื่อรอให้ผู้ปกครองมารับกลับ ตอนนั้นในห้องเหลือ น้องยุ้ยนั่งเล่นอยู่ในห้องคนเดียว เพราะเด็กคนอื่นมีคนมารับกลับไปหมดแล้ว จาริณีกำลังเก็บหนังสือนิทานที่เด็กๆเอาออกมาอ่านเก็บเข้าตู้ อยู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงนุ่มทุ้มดังขึ้น”ไง ยุ้ย วันนี้หนูซนไม๊จ๊ะ”จาริณีหันไปมองด้วยความแปลกใจ เพราะปกติคนที่มารับน้องยุ้ยจะเป็นเด็กผู้หญิง แต่วันนี้ทำไมกลายเป็นผู้ชายไปเสียได้ สงสัยคงจะเป็นพ่อของน้องยุ้ย เธอเห็นชายคนนั้นอุ้มน้องยุ้ยเข้าไปจูบที่พวงแก้มน่ารัก ก็ร้องออกมาอย่างลืมตัว”ชวิน…นั่นคุณใช่ไม๊คะ””นี..คุณเองหรือ” เสียงร้องตอบของชายหนุ่มดังขึ้นอย่างแปลกใจ”ไม่ได้เจอกันนานเลย ไม่ยักรู้ว่ายุ้ยเป็นลูกของคุณ ทำไมนามสกุลไม่เหมือนกันคะ”ชวินหัวเราะเบาๆ”ไม่ใชลูกผมหรอก… ลูกของน้องสาวผมน่ะ เธอขอให้ผมช่วยมารับ พอดีเธอไปต่างประเทศกับสามี เลยเอามาฝากผมช่วยดูแล””แล้วเด็กที่มารับทุกวันล่ะคะ””ไม่สบาย… นอนอยู่บ้านน่ะ แหม… ไม่รู้ว่านีทำงานอยู่นี่นะ ไม่งั้นผมมาหานานแล้ว””คุณลุงคะ กลับได้ยังคะ ยุ้ยหิวแล้ว” ยุ้ยดึงแขนเสื้อเขา หนูน้อยงอแงอยากกลับบ้าน ชวินหัวเราะ”เดี๋ยวซิยุ้ย รู้ไม๊คุณครูหนูเป็นเพื่อนลุงนะ ขอลุงคุยกับคุณครูก่อน เดี๋ยวขากลับจะพาหนูไปทานไอสครีม””จริงหรือคะ””จริงซิ หนูไปอ่านหนังสือเล่นก่อนนะ ขอลุงคุยกับคุณครูแป๊บนึง””ก็ได้ค่ะ” หนูยุ้ยรับคำอย่างว่าง่าย จาริณีหยิบหนังสือนิทานออกจากตู้ส่งให้หนูน้อย แล้วชวนชวินไปนั่งที่โต๊ะเล็กๆมุมห้องทั้งคู่คุยกันถึงเรื่องอดีต เพราะเคยเรียนอยู่คณะเดียวกันในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ชวินเคยจีบจาริณี แต่เธอไม่เปิดใจให้ เพราะรักอยู่กลับชัยวิชอยู่แล้ว แม้เธอจะรู้สึกถูกชะตากับชวิน แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่สั่นคลอนลง เมื่อเรียนจบเธอก็แต่งงานกับชัยวิช แล้วไม่ได้เจอชวินอีกเลย จนกระทั่งวันนี้”สบายดีไม๊คะชวิน แต่งงานรึยัง””ยัง…””อ้าว..ทำไมคะ คุณออกจะแสนดีขนาดนี้ ทำไมสาวๆยอมปล่อยให้เป็นโสด สงสัยจะเลือกมากละมั๊ง” แม้จะอยู่ในห้วงของความทุกข์ แต่การได้เจอเพื่อนเก่าอย่างชวิน ก็ทำให้เธอลืมเรื่องร้ายๆไปได้ชั่วครู่ จึงได้กระเซ้าเขาเล่น”ผมไม่ได้เลือกมากหรอกนี””แล้วทำไมยังไม่แต่งงานล่ะคะ””คุณก็รู้นี่ว่าทำไม”เขาพูดแล้วก็มองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง จาริณีสะท้านไปทั้งตัวรีบก้มหน้าหลบสายตาเขา”คุณล่ะ สบายดีไม๊ แต่งงานตั้งแต่ยังสาวๆเลย”เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง หลังจากระงับใจได้”ก็สบายดีค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมกับฝืนยิ้ม “นีมีลูกสามคนแล้ว””สบายจริงหรือ แต่สีหน้าคุณเหมือนกับมีความในใจเลยนะ”เสียงของเขานุ่มนวล แสดงถึงความห่วงใยอย่างแท้จริง หญิงสาวถึงกับตาชื้นอยากจะร้องไห้ออกมา”ถ้านีมีเรื่องอะไรก็ปรึกษาผมได้ ผมพร้อมจะช่วย ความรู้สึกที่ผมมีต่อนียังเหมือนเดิมทุกอย่าง” เขาพูดจาริณีรู้สึกวาบหวามในหัวใจ เธอกำลังมีทุกข์ ทุกข์มากจริงๆ แต่จะให้เอ่ยปากขอให้เขาช่วยนั้น เธอยังไม่กล้า…ชวิน เอื้อมมือมากุมมือของเธอ เธอพยายามจะชักออก แต่เขาบีบไว้แน่น สัมผัสนั้นทำให้เธอยิ่งหวั่นไหวมากขึ้น”เดี๋ยวเรากลับด้วยกันดีกว่านี ผมจะพายุ้ยกลับบ้านก่อน แล้วเราไปหาอะไรทาน คุณคงไม่ต้องรีบกลับบ้านนะ”จาริณีอยากจะปฎิเสธ แต่อีกใจห้ามไว้เพราะยังลังเล อยากจะให้เขาช่วยเหลือเธออยู่เหมือนกัน ชวินเกลี้ยกล่อมอยู่ชั่วครู่เธอก็ตกลง หลังจากส่งหนูยุ้ยกลับบ้านแล้วทั้งคู่ก็ออกมานั่งคุยกันในภัตตาคารแห่งหนึ่ง ชวินพยายามซักไซร้เรื่องครอบครัวของเธอ ด้วยความอัดอั้นที่เธอเก็บกดไว้นาน พอพบเพื่อนเก่าก็ทำให้เธอระบายความทุกข์ออกมาให้เขาฟังจนหมดสิ้น เธอเล่าไปร้องไห้ไป ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาอยู่ตลอดเวลา ชวินนั่งฟังอยู่เงียบๆ โชคดีที่เขาเลือกที่นั่งที่อยู่มุมในสุดทำให้ไม่เป็นจุดสังเกตของคนทั่วไป”ผมสงสารคุณจังเลยนี ชัยวิชนี่ก็แย่มาก ปล่อยให้คุณต้องรับภาระอยู่คนเดียว” ชวินตำหนิสามีของเธอออกมาอย่างไม่เกรงใจ”เค้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะชวิน นีทุกข์ใจเหลือเกิน เจ้าหนี้ก็ตามทวงนีทุกวัน” เธอสารภาพ”ไม่ต้องห่วงนะนี ผมจะช่วย เงินแค่นี้เอง ผมช่วยได้สบาย””แต่นีจะกล้ารบกวนคุณได้ยังไง ทำอย่างนี้ก็เหมือนกับนีเอาเปรียบคุณ””ไม่เอาน่า อย่าพูดห่างไกลกันอย่างนี้เลย เอ..ผมว่าเราไปต่อที่ผับกันดีกว่า วันนี้เราดื่มให้สนุกเลย เอาให้สมกับที่เราไม่ได้เจอกันหลายปี””แต่..””ไม่มีแต่…ถ้ากลับตอนนี้เดี๋ยวก็คิดมากอีก…ไปเที่ยวกันดีกว่า โยนเริ่องห่วยๆทิ้งไปซักวัน” เขาตัดบทจาริณีไม่อยากขัดใจเขา อีกอย่างเธอกำลังดีใจที่เขารับปากช่วยเรื่องหนี้สินให้ มันทำให้เธอโล่งขึ้น ครูสาวรู้สึกตื้นตันใจอย่างล้นเหลือ…

Comments are closed.